THANAKORN
Profile
“การศึกษาคือรากฐานของการพัฒนา”
“ครูคือผู้จุดประกายความฝัน”
“การเมืองคือเครื่องมือเปลี่ยนแปลงการศึกษา”
— ธนากร แซ่จอง (ภู)
ธนากร แซ่จอง
ภู
20 มีนาคม 2554
กำลังคำนวณ...
โรงเรียนสุรวิทยาคาร
อำเภอเมืองสุรินทร์, จังหวัดสุรินทร์
โสด
เทคโนโลยี การศึกษา การเมือง พัฒนาสังคม

เป้าหมายในชีวิต

ครูคอมพิวเตอร์ สู่นักการเมืองเพื่อการศึกษา

“พัฒนาการศึกษาด้วยเทคโนโลยี ขับเคลื่อนนโยบายเพื่ออนาคต”

เส้นทางครู

เริ่มจากการเป็นครูคอมพิวเตอร์ ถ่ายทอดความรู้ด้านเทคโนโลยี สร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชน และพัฒนาหลักสูตรที่ตอบโจทย์ยุคดิจิทัล

เส้นทางนักการเมือง

หลังเกษียณจากการเป็นครู จะนำประสบการณ์ทางการศึกษามาขับเคลื่อนนโยบาย เพื่อพัฒนาระบบการศึกษาไทยให้ก้าวไกลและเท่าเทียม

ข้อมูลส่วนตัว

สวัสดีครับผมชื่อนายธนากร แซ่จอง หรือ "ภู" อายุ ปี ปัจจุบันกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนสุรวิทยาคาร ผมมีความฝันที่อยากจะเป็นครูคอมพิวเตอร์ และในอนาคตอยากจะเป็นนักการเมืองเพื่อเข้ามาพัฒนาการศึกษาไทยครับ

สำหรับผมแล้ว แรงบันดาลใจคือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในชีวิต เพราะชีวิตที่ผ่านมาคือครูที่สอนบทเรียนอันมีค่าสำหรับผม และชีวิตที่เหลือคือโอกาสสำหรับการเปลี่ยนแปลง เพื่อก้าวเดินตามความฝันและเป้าหมายที่ผมได้ตั้งไว้ในด้านการศึกษาอย่างมั่นคง

ทำไมต้องเป็นครู แล้วค่อยเป็นนักการเมือง?

“ผมเชื่อว่าการเป็นครูจะทำให้เข้าใจปัญหาการศึกษาอย่างลึกซึ้ง และเมื่อเข้าใจปัญหาอย่างแท้จริงแล้ว จึงจะสามารถแก้ไขได้อย่างถูกจุด การเป็นนักการเมืองจึงเป็นเครื่องมือในการขยายผลการแก้ปัญหาในระดับนโยบาย”

ความเชื่อมโยงระหว่างครูและนักการเมือง

ผมมองว่าการเป็นครูและการเป็นนักการเมืองนั้นไม่แตกต่างกันเลย เพราะทั้งสองอาชีพคือ "ผู้ให้" เหมือนกัน ต่างกันแค่รูปแบบ ครูให้ความรู้และแนวคิดกับนักเรียนในห้องเรียน ในขณะที่นักการเมืองที่ดี ควรให้โอกาสและสร้างความเท่าเทียมให้กับประชาชนทุกคน การมีประสบการณ์เป็นครูมาก่อนจะทำให้เข้าใจปัญหาหน้าต่างๆ ของการศึกษา เช่น หลักสูตรที่ไม่ตอบโจทย์ ภาระงานของครูที่มากเกินไป หรือความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา เมื่อเข้าใจปัญหาเหล่านี้อย่างถ่องแท้ การออกนโยบายก็จะตรงจุดและแก้ไขปัญหาได้จริง

ประสบการณ์ที่จะนำมาสู่นโยบาย

เมื่อได้เป็นครูคอมพิวเตอร์ ผมจะเก็บเกี่ยวประสบการณ์ทุกอย่าง ทั้งการจัดการชั้นเรียน การพัฒนาสื่อการสอน การเข้าใจปัญหาของนักเรียนแต่ละคน และการทำงานร่วมกับเพื่อนครูและผู้บริหาร ประสบการณ์เหล่านี้จะเป็นข้อมูลสำคัญในการผลักดันนโยบายด้านการศึกษาในอนาคต เช่น นโยบายการลดภาระงานธุรการของครู การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีในการเรียนการสอน หรือการพัฒนาระบบประเมินผลที่เหมาะสมกับผู้เรียนในศตวรรษที่ 21

วิสัยทัศน์ในการพัฒนาการศึกษาไทย

ในฐานะที่ผมเติบโตมากับเทคโนโลยีและมีความสามารถด้านการเขียนโปรแกรม ผมมีวิสัยทัศน์ว่าการศึกษาไทยต้องปรับตัวให้ทันโลก โดยเฉพาะในด้าน Digital Transformation ในโรงเรียน ไม่ใช่แค่การนำแท็บเล็ตมาแจกนักเรียน แต่คือการเปลี่ยนวิธีการสอน การวัดผล และการบริหารจัดการทั้งหมดให้มีประสิทธิภาพด้วยเทคโนโลยี และที่สำคัญคือการพัฒนา Soft Skills ให้กับนักเรียน เพื่อให้พร้อมสำหรับโลกอนาคตที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

จากครูสู่นักการเมืองเพื่อการศึกษา

แผนในอนาคตของผมคือการเป็นครูคอมพิวเตอร์ที่มีคุณภาพ สร้างการเปลี่ยนแปลงในระดับชั้นเรียนและโรงเรียนให้เห็นเป็นรูปธรรม เมื่อสะสมประสบการณ์และความเชี่ยวชาญจนถึงวัยเกษียณ ผมจะนำองค์ความรู้นี้เข้าสู่การเมืองเพื่อขยายผลในระดับนโยบาย เพราะผมเชื่อว่าการเปลี่ยนแปลงที่ยั่งยืนต้องเกิดจากการขับเคลื่อนทั้งในระดับปฏิบัติการและระดับนโยบายไปพร้อมกัน ครูคือรากฐาน ส่วนนักการเมืองคือผู้สร้างระบบให้รากฐานแข็งแรง และนี่คือเส้นทางที่ผมเลือกเพื่อพัฒนาการศึกษาไทยอย่างแท้จริง

เส้นทางสู่อนาคต

ปัจจุบัน - มัธยมศึกษา

ศึกษาเล่าเรียน พัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีและการเขียนโปรแกรม เก็บเกี่ยวประสบการณ์

ปัจจุบัน - มหาวิทยาลัยรามคำแหง

กำลังศึกษา Pre-degree คณะรัฐศาสตร์ เอก บริหารรัฐกิจ

อนาคตอันใกล้ - ศึกษาต่อ

ศึกษาต่อคณะครุศาสตร์/ศึกษาศาสตร์ สาขาคอมพิวเตอร์ศึกษา

วัยทำงาน - ครูคอมพิวเตอร์

ประกอบอาชีพครู สั่งสมประสบการณ์ พัฒนาการเรียนการสอน สร้างชื่อเสียง

หลังเกษียณ - นักการเมือง

นำประสบการณ์ทางการศึกษามาขับเคลื่อนนโยบาย พัฒนาการศึกษาไทยอย่างยั่งยืน